ยธ. 11 ก.ค.-น้องก้อย-น้องมีน และครอบครัว เข้าขอบคุณกระทรวงยุติธรรม หลังได้รับความช่วยเหลือเรื่องเงินจากกองทุนยุติธรรม นำไปต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมกับหญิงไก่

ยธ. 11 ก.ค.-น้องก้อย-น้องมีน และครอบครัว เข้าขอบคุณกระทรวงยุติธรรม หลังได้รับความช่วยเหลือเรื่องเงินจากกองทุนยุติธรรม นำไปต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมกับหญิงไก่
13
14
  
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ให้การต้อนรับ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย และครอบครัว น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน และครอบครัว ในโอกาสเข้าแสดงความขอบคุณที่กระทรวงให้ความชวยเหลือเงินจากกองทุนยุติธรรม เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาลแก่นางสุกัลยา ศิริม่วง ซึ่งถูกนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ แจ้งความในคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน
นายธวัชชัยกล่าวว่า กองทุนยุติธรรมเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดหรือได้รับผลจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในคดีหญิงไก่ กระทรวงยุติธรรมได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนกรณีขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีจำนวน 4 คดี ประกอบด้วย คดีของน้องก้อย 3 คดี ช่วยเหลือให้นายชูเกียรติ ใจกล้า บิดา และนางประภาพร ทองเฟื้อง มารดา คนละ 100,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
18
นอกจากนี้น้องก้อยได้ขอรับความช่วยเหลือเงินแก่ตนเอง ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานขอทราบวงเงินหลักประกันของศาลเยาวชนฯ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท รวมช่วยเหลือคดีน้องก้อย 300,000 บาท
ส่วนกรณีน้องมีนได้ยื่นขอความช่วยเหลือเงินกองทุนเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในศาลชั้นต้นแก่นางสุกัลยา ศิริม่วง มารดา วงเงิน 200,000 บาท การให้ความช่วยเหลือทั้ง 4 คดี ขณะนี้เป็นเพียงการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา หรือจำเลยเท่านั้น
ทั้งนี้ ในส่วนของการขอรับความช่วยเหลือในการดำเนินคดียังไม่มีการยื่นคำขอฯ ซึ่งนิติกร สำนักงานกองทุนฯ จะได้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ขณะที่นายชูเกียรติกล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เพราะมีหมายจับ จะไปไหนหรือทำอะไรก็ไม่กล้า เพราะกลัวถูกจับกุมดำเนินคดี จนกระทั่งได้ความช่วยเหลือจากกองทุน จึงทำให้สามารถออกมาใช้ชีวิตและต่อสู้คดีต่อไปได้
ด้านนางสุกัลยากล่าวขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ให้ความช่วยเหลือจนได้ออกมาเจอหน้าลูกและต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป พร้อมขอให้ทางกระทรวงช่วยเหลือกรณีบุตรชายคนโตที่ถูกหลอกไปเป็นแรงงานประมง จนถึงตอนนี้ผ่านมากว่า 6 ปีแล้วยังไม่ได้พบหน้าลูกอีกเลย เมื่อปลายปีที่แล้วบุตรชายได้ติดต่อมา แต่คุยได้เพียงครู่เดียว เนื่องจากทางตำรวจไม่ยอมให้พูดคุย จึงวอนขอให้กระทรวงช่วยเหลือ ซึ่งทางรองปลัด ยธ. ได้รับเรื่องและให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป.-สำนักข่าวไทย